MJU RADIO FM 95.50 MHz
สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยแม่โจ้ : วิทยุบริการสาธารณะ

"...งานหนัก ไม่เคยฆ่าคน ใครที่ตายเพราะทำงานหนัก ครูจะสร้างอนุสาวรีย์ ไว้ให้ที่แม่โจ้" อมตะโอวาท ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย อธิการบดีคนแรก คนต้นแบบลูกแม่โจ้ ชาวแม่โจ้ ร่วม“ระลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย” วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567 ณ ลานอนุสาวรีย์ฯ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยแม่โจ้

ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 1 อธิการบดีคนแรกของแม่โจ้ เป็นชาวจังหวัดแพร่ เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2459 หลังจากสอบไล่ได้มัธยมปีที่ 6 จากโรงเรียนพิริยาลัย จ.แพร่ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ และย้ายมาเรียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแม่โจ้ เมื่อปี 2477 ซึ่งถือเป็นรุ่น 1 รุ่นบุกเบิกและสร้างแม่โจ้ เมื่อจบจากแม่โจ้ท่านสอบชิงทุนหลวงไปศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในฟิลิปปินส์ จนจบปริญญาตรี ปี พ.ศ. 2484 จึงกลับมารับราชการเป็นอาจารย์ที่แม่โจ้ ตำแหน่งอาจารย์ผู้ปกครองนาน 6 ปี จากนั้นท่านไปลงสมัครผู้แทนราษฎร 2 ครั้ง พอถึงปี พ.ศ. 2497 ท่านกลับเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ใหญ่ชั้นเอกของโรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ จวบจนกระทั่งได้เป็นอธิการบดีคนแรกของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ถึง 2 สมัย

ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ท่านเป็นนักประชาธิปไตยตัวอย่าง เป็นผู้มีเมตตาธรรม เป็นผู้ริเริ่มและพัฒนางานใหม่ๆเสมอ เป็นนักพัฒนาชนบท เป็นนักปกครองที่ดีเยี่ยม เป็น “ครู” ที่ประเสริฐ จากการทำงานหนักและผ่านประสบการณ์ต่างๆ ทำให้ชีวิตท่านแข็งแกร่ง ทรหดอดทน ไม่ท้อถอยและยอมแพ้ต่อปัญหา การดำเนินชีวิตที่ผ่านอุปสรรคมาได้ทำให้เกิดปรัชญาความจริงของชีวิต ท่านได้ตระหนักถึงการเรียนและฝึกอบรมนักเรียนเกษตรต้องให้มีความอดทน ไม่ท้อถอย จึงจะสู้งานได้ทุกอย่าง เป็นการหล่อหลอมนิสัยให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถเผชิญกับอุปสรรคและสามารถแก้ปัญหาลุล่วงได้ต่อไป จึงนับเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาแม่โจ้สู่มิติใหม่ นักเรียนต้องมีความพร้อมและต้องการเรียนเกษตรจริง ๆ ซึ่งท่านได้กล่าวแสดงความยินดีต่อนักศึกษาที่ผ่านการทดสอบว่า “การเรียนเกษตรที่แม่โจ้นี้ ต้องฝึกความทรหดสู้งานทุกอย่างได้ ไม่ท้อถอย เพื่อจะได้เป็นลูกแม่โจ้ที่อดทน เข้มแข็ง ไม่กลัวงานหนัก งานหนักไม่เคยฆ่าคน ใครตายเพราะงานหนัก ครูจะสร้างอนุสาวรีย์ไว้ให้ที่แม่โจ้”

ตลอดระยะเวลาท่านได้สร้างการเปลี่ยนแปลงพัฒนาทั้งระบบการปกครอง บุคลากรและนักเรียนแม่โจ้อย่างก้าวกระโดด ท่านได้สร้างคุณประโยชน์นานัปการ เป็นผู้บุกเบิกและสร้างงานอาชีวเกษตรของประเทศ ริเริ่มกิจกรรม อกท. (องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย) ก่อตั้ง อกท.หน่วยแม่โจ้ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย รวมถึง โครงการเกษตรกรหนุ่มแห่งประเทศไทย (Young Farmers Pilot Project of Thailand : YTF จัดให้มีขึ้นครั้งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยขณะนั้น ท่านร่วมจัดตั้งโครงการหลวงเกษตรภาคเหนือ จัดตั้งและสนับสนุนโครงการอาสาพัฒนาแม่โจ้ นำนักศึกษา อาจารย์ ออกพัฒนาชนบท อึกทั้งยังได้ถวายงานด้านการเกษตรและงานโครงการตามพระราชดำริหลายโครงการ และยังได้ริเริ่มจัดงานเกษตรแม่โจ้ อีกทั้งยังได้ริเริ่มระบบการให้โควตาศึกษาต่อระบบปริญญาตรีที่แม่โจ้ ท่านคือผู้สร้างและพัฒนาให้ “แม่โจ้” เป็นแหล่งความรู้และหล่อหลอมบุคลากรการเกษตรทุกระดับที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2527 บรรดาศิษย์
แม่โจ้ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงได้กำหนดวันที่ 30 ตุลาคม ให้เป็น “วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย” เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีที่ท่านได้สร้างและพัฒนาแม่โจ้ให้เจริญ เป็นผู้มีคุณูปการต่อวงการอาชีวเกษตรของประเทศไทย ผู้เป็นต้นแบบนักต่อสู้เอาชนะอุปสรรค และปลดแอกข้อจำกัดของวงการอาชีวเกษตรในอดีต เป็นคนต้นแบบลูกแม่โจ้ ตามปรัชญา “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” อันเป็นคติพจน์ประจำใจของ ลูกแม่โจ้จวบจนปัจจุบัน

ขอเรียนเชิญคณาจารย์ นักศึกษา บุคลากร และศิษย์แม่โจ้ทุกรุ่นร่วมงาน “ระลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย” ในวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป ณ ลานอนุสาวรีย์ ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย หน้าสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยแม่โจ้

หมายเหตุ : การแต่งกายชุดพื้นเมือง หรือชุดสุภาพ

ติดต่อจองพวงมาลาได้ที่ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ 053 353140

ปรับปรุงข้อมูล : 29/10/2567 10:52:09     ที่มา : MJU RADIO FM 95.50 MHz     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 321

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวกิจกรรม

ข่าวล่าสุด

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดงานแถลงข่าวโชว์นวัตกรรม "ดินพรีเมี่ยม" จากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้วันละหลายตันสู่ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรชั้นยอด อุดมด้วยธาตุอาหารสำคัญสำหรับพืช ช่วยการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิต พร้อมปลูกในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย
วันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวโชว์นวัตกรรม "ดินพรีเมี่ยม" จากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้วันละหลายตันสู่ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรชั้นยอด อุดมด้วยธาตุอาหารสำคัญสำหรับพืช ช่วยการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิต พร้อมปลูกในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช กล่าวว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2542 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินงานด้านการจัดการขยะอินทรีย์ โดยมุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคเกษตรกรรมและระดับครัวเรือน สร้างประโยชน์ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการช่วยลดขยะอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และนำมาผลิตเป็นแปรรูปเป็นธาตุอาหารของพืชหรือปุ๋ยต่อมาทาง ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เรียกว่า  ดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง  โดยเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับปัจจัยการผลิตทางการเกษตร สำหรับดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง   นี้เป็นดินพร้อมปลูกที่ผลิตจากดินอินทรีย์ 100% อุดมด้วยธาตุอาหารพืช มีโครงสร้างดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี และมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ช่วยส่งเสริมให้พืชดูดใช้ธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการปลูกพืชอินทรีย์ทุกชนิด ให้ผลผลิตสะอาด ปลอดภัย และปราศจากสารพิษตกค้าง  ซึ่งจัดได้ว่าดินปลูกพรีเมียมของศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นดินที่มีองค์ประกอบทางชีวภาพ กายภาพและเคมี ครบสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการปลูกพืชในระยะยาวศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช กล่าวด้วยว่า ดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง นี้ สามารถนำไปปลูกพืชได้ทุกชนิด และสามารถปลูกได้โดยไม่ต้องมีการเติมปุ๋ย หรือ สารอาหาร อื่นใดลงไปอีก เพียงแต่รดน้ำ พรวนดิน พืชก็สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากดินพรีเมียมนี้สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้อย่างรวดเร็วทันเวลาที่พืชต้องการ ทำให้ผลผลิตจากพืชมีคุณภาพ ไม้ผลมีผลใหญ่ และมีรสชาติดี อร่อย ด้วยทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้เตรียมเปิดร้านค้าของศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขึ้นอย่างเป็นทางการที่ตลาดคำเที่ยงในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นแหล่งจำหน่าย ดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง  รวมสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรทั่วไป และปัจจัยการผลิตคุณภาพดีในราคาย่อมเยา ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
4 มีนาคม 2569     |      14
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คว้าแชมป์ งานกีฬาประเพณี4จอบแห่งชาติ ครั้งที่ 40 ครองถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 คณะผลิตกรรมการเกษตร คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ นำนักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทักษะเกษตร งานประเพณี 4 จอบแห่งชาติ ครั้งที่ 40 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เข้าพบคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเพื่อรายงานผลการแข่งขันและได้รับรางวัลชนะเลิศ “ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี”โอกาสนี้ ได้มอบถ้วยรางวัลให้เป็นเกียรติประวัติแก่มหาวิทยาลัย โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี เป็นผู้แทนรับมอบพร้อมทั้งกล่าวชื่นชมยินดีและเป็นกำลังใจแก่นักศึกษาที่ได้มุ่งมั่นทุ่มเทในการทำกิจกรรมและสร้างชื่อเสียงแก่ตนเองและมหาวิทยาลัย ทั้งนี้มี คณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัยสำหรับผลการแข่งขัน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับ รางวัลชนะเลิศ ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดย สามารถกวาดมาได้ 14 เหรียญทอง , 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองกีฬาสาธิต รวม 18 เหรียญ จาก 19 ทักษะ
25 กุมภาพันธ์ 2569     |      12