เจ้าก่ำหอมแม่โจ้ 1 เอ ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 19 มกราคม 2565

เจ้าก่ำหอมแม่โจ้ 1 เอ ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
Source – ไทยรัฐ

Tuesday, January 18, 2022 04:48

         ชาติชาย ศิริพัฒน์

หลังจากใช้เวลาในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวก่ำหรือข้าวเจ้าสีดำ มาตั้งแต่ปี 2551 จนได้รับการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่จากกรมวิชาการเกษตรเมื่อปี 2562 บัดนี้ ข้าวเจ้าก่ำหอมแม่โจ้ 1 เอ : ข้าวหอมเพื่อสุขภาพ มีผลผลิตพร้อมที่จะจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปและมีเมล็ดพันธุ์ที่จะให้วิสาหกิจชุมชนนำไปปลูกเพื่อเป็นทางใหม่ในอาชีพการทำนา

“เราใช้เวลานานถึง 12 ปีกว่าจะได้พันธุ์ข้าวเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์ปัญหาของผู้สูงวัย เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า ผู้สูงอายุนั้นมักจะมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ต้องการบริโภคข้าวที่มีกากใยสูง พร้อมทั้งต้องการวิตามินและสารอาหารอย่างอื่นที่ได้จากข้าว รวมทั้งต้องการอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระการบริโภคข้าวขาวที่มีขายกันทั่วไปจะได้สารอาหารเหล่านี้ เพราะจะมีแต่คาร์โบไฮเดรตแป้งและน้ำตาล ครั้นจะให้มากินข้าวกล้องข้าวสี ผู้สูงอายุจะไม่ค่อยชอบเท่าใดนัก เพราะข้าวจะแข็ง ไม่นุ่ม ไม่หอม และออกจะมีกลิ่นสาบด้วย เราจึงคิดที่จะหาพันธุ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องเพื่อสุขภาพ และความนุ่มหอมให้กับผู้บริโภคเพราะตอนนี้ประเทศกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบแล้ว”

ผศ.ดร.วราภรณ์ อาจารย์แสงทอง และนักวิจัยประจำ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกถึงที่มาของพันธุ์ ข้าวเจ้าก่ำหอมแม่โจ้ 1 เอ ที่เกิดจากการนำข้าวเจ้าหอมนิลมาผสมกับข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ด้วยวิธีปรับปรุงพันธุ์แบบพันธุ์ประวัติร่วมกับการใช้เครื่องหมายโมเลกุลมาช่วยในการคัดเลือกหาต้นลูกที่มีความหอมมากที่สุด โดยใช้เวลาในการปลูกปรับปรุงพันธุ์ไปทั้งหมด9รุ่นและนำไปปลูกทดสอบผลผลิตในฤดูนาปี นาปรัง ในพื้นที่ของ ม.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ กับ อ.พานและแม่สาย จ.เชียงราย อีก 5 ฤดู

จนได้พันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง สามารถปลูกได้ทุกฤดูตลอดทั้งปี ให้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 714 กก. วันออกดอก 98 วัน ในฤดูนาปีและ 110 วันในฤดูนาปรัง อายุการเก็บเกี่ยว 126 วันในฤดูนาปี และ 145 วันในฤดูนาปรัง ปลูกด้วยวิธีปักดำ

ลักษณะเด่น เมล็ดข้าวกล้องมีสีม่วงหุงแล้วนุ่ม ไม่แข็ง มีกลิ่นหอมเหมือนใบเตยไม่เหมือนข้าวสีพันธุ์อื่นๆ หุงง่ายไม่ต้องแช่น้ำไม่ต้องผสมข้าวขาว

มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น มีปริมาณสารแกมมาไรซานอล สารต้านอนุมูลอิสระ รวมแอนโทไซยานิน วิตามินบี 1 และธาตุเหล็กสูง

ประชาชนทั่วไปที่สนใจจะนำไปบริโภคติดต่อได้ที่ หน่วยความเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงพันธุ์ข้าว คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 63 หมู่ 4 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50290 โทร.06-1268-1144 หรือ Line : mjurice

สำหรับชาวนาที่สนใจจะนำข้าวพันธุ์นี้ไปปลูกไว้เป็นทางเลือกใหม่ในการทำนาแบบครบวงจร ปลูกเองสีเองและขายเองเพื่อเจาะตลาดข้าวเพื่อสุขภาพ ดร.วราภรณ แนะนำ ขอให้ทำกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยสามารถติดต่อมาได้ตามที่อยู่ของหน่วยความเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเช่นกัน.

ที่มา:  นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 19 ม.ค. 2565 (กรอบบ่าย)