วันอังคาร, 23 เมษายน 2567

สถานการณ์โควิด-19 ยังรุนแรง ชาวสวนลำไยหวั่นทำราคาลำไยตกต่ำ เหตุจากระบบขนส่งและการส่งออกที่เข้มงวด

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร (แม่โจ้โพลล์) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้สำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ในพื้นที่ 5 จังหวัดที่ปลูกลำไยสูงสุดของประเทศไทย (ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยาและจันทบุรี) จำนวน 523 ราย ระหว่างวันที่ 15 – 27 กรกฏาคม 2564 ในหัวข้อ “ลำไยปี 64 เป็นอย่างไร…ภายใต้สถานการณ์โควิด-19” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นต่อสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดลำไย ปี 2564

ผลการสำรวจความคิดเห็นต่อปริมาณผลผลิตลำไยในปี 2564 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 42.58 คาดว่าผลผลิตจะเท่าเดิม เนื่องจากมีการดูแลและบำรุงเหมือนปีที่ผ่านมา  ส่วนอีกร้อยละ 32.18 บอกว่าจะมีผลผลิตลดลง โดยมีเพียงร้อยละ 25.24 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ส่วนความคิดเห็นต่อสถานการณ์ราคาลำไยปี 2564 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า ราคาน่าจะลดลง ร้อยละ 48.25 โดยให้เหตุผลว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยยังมีความรุนแรงอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งและส่งออกสินค้าลำไยได้  มีเพียงร้อยละ 7.59 คิดว่าราคาน่าจะสูงขึ้น  โดยให้เหตุผลว่าลำไยยังคงเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาด ในขณะที่ร้อยละ 44.16 ยังไม่แน่ใจ  โดยให้เหตุผลว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่าจะมีผลกระทบหรือไม่

เมื่อสอบถามถึงการคาดการณ์ราคาลำไยปี 2564 พบว่า ราคาขายแบบลำไยร่วง ขนาด AA ราคาเฉลี่ย 20 บาท/กก.  ขนาด A   ราคาเฉลี่ย 15 บาท/กก. และขนาด B   ราคาเฉลี่ย 7 บาท/กก. สำหรับราคาขายแบบลำไยตะกร้า พบว่า ราคาเฉลี่ย 30 บาท/กก.  ด้านข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการแก้ไขสถานการณ์ราคาลำไย พบว่า ควรส่งเสริมให้เกษตรกรมีการผลิตลำไยคุณภาพอย่างจริงจังและแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มากขึ้น (ร้อยละ 85.94) รองลงมาคือควรพัฒนาและส่งเสริม ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ให้แก่เกษตรกรเพื่อสามารถกระจายผลผลิตได้เอง (ร้อยละ 80.08) และควรส่งเสริมการบริโภคลำไยภายในประเทศให้มากขึ้น (ร้อยละ 75.98)

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยเฉพาะการค้าขายผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นรายได้หลักของประชาชนในประเทศ จากผลการสำรวจที่ทำให้เห็นว่าเกษตรกรชาวสวนลำไยมีความวิตกกังวลว่าราคาลำไยปีนี้น่าจะตกต่ำ เนื่องจากการกระจายผลผลิตลำไยเพื่อส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ประกอบกับมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในทุกพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานในการเก็บลำไยในฤดูของพื้นที่ภาคเหนือในช่วงนี้ ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหมได้มีมาตรการ ได้แก่ การลงทะเบียนแรงงานที่จะรับจ้างเก็บลำไย การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และกำหนดให้รับจ้างเก็บลำไยในพื้นที่ โดยหากจะมีการเคลื่อนย้ายต้องแจ้งหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ รวมถึงต้องมีการจัดหาอุปกรณ์วัดไข้ เจลแอลกอฮอล์ รวมถึงการเฝ้าระวังผู้รับจ้างไม่ให้มีการใช้ภาชนะในการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มร่วมกัน ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจต่อมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ต่อทั้งเจ้าของสวนลำไยและแรงงานรับจ้างเก็บลำไย เพื่อให้การเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยในฤดูของภาคเหนือในปีนี้ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไยสามารถกระจายผลผลิตได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาราคาลำไยตกต่ำ ลดความเดือดร้อนให้แก่ทั้งชาวสวนลำไยและแรงงานรับจ้างเก็บลำไยได้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แม่โจ้โพลล์ เปิดผลสำรวจ สังคมไทย ยอมรับเพศทางเลือกท่วมท้น ร้อยละ 89.93
Clipping (แม่โจ้โพลล์ )เห็นด้วยปลดล็อกกัญชา โพลเชื่อช่วยลดนำเข้ายา นสพ.ผู้จัดการรายวัน 360 องศา ฉบับวันที่ 28 ก.พ. 2565
คนเชียงใหม่ร้อยละ 53.19 เห็นว่าปัญหาหมอกควัน จะรุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมา และร้อยละ 78.75 เตรียมจัดหาอุปกรณ์ในการป้องกัน
คนไทย ร้อยละ 80.98 ใช้สมุนไพรทางเลือกในการป้องกันโควิด-19 ร้อยละ 95.33 ควรมีการส่งเสริมให้ใช้สมุนไพร อย่างแพร่หลายมากขึ้น
เกษตรกรชาวสวนลำไย ร้อยละ 97.36 เห็นด้วยกับการชดเชยราคาลำไยไร่ละ 2,000 บาท และร้อยละ 82.57 คาดหวังการตั้ง “สถาบันลำไย”
How twitter can teach you about celebrity houses